หน้าแรก > ข่าวกีฬา > ประวัติความเป็นมาไก่เดือยทอง ทอตแนมฮ๊อตสเปอร์







ประวัติความเป็นมาไก่เดือยทอง ทอตแนมฮ๊อตสเปอร์

ไก่เดือยทอง  ทอตแนมฮ๊อตสเปอร์
อีกสโมสรหนึ่งในลอนดอน ที่มีความยิ่งใหญ่และประวัติอันยาวนานนั้นคือสโมสรฟุตบอลทอตแนมฮ็อตสเปอร์ เป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษซึ่งอยู่ในพรีเมียร์ลีกรู้จักในนามสั้นๆว่า "สเปอร์ส" (Spurs) เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่และตำนานอันยาวนานแห่งหนึ่งในเกาะอังกฤษ เป็นคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนกับเชลซีและอาร์เซนอล สเปอร์สเคยได้สัมผัสโดยเป็นแชมป์ลีกสูงสุดถึง 2 สมัย สเปอร์สถือเป็นสโมสรระดับหัวแถวของลีกโดยในยุคของมาร์ติน โยลสเปอร์ มีโอกาสที่จะเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกแต่ก็ทำได้เพียงอันดับ 5 มาเกือบตลอดและในปี 2007 ได้มีการปลดมาร์ติน โยลออกจากตำแหน่งเนื่องจากออกสตาร์ทฤดูกาลได้ย่ำแย่ทั้งที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลรวมถึงการซื้อดาร์เรน เบนท์มาด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ซึ่งทำลายสถิติสโมสรหลังจากนั้นได้แต่งตั้งฆวนเต้ รามอส อดีตผู้จัดการทีมเซบีย่าและในฤดูกาลนั้น สเปอร์สสามารถชนะเชลซี 2-1
ในรอบชิงชนะเลิศคาร์ลิงคัปซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ในรอบ 9 ปี ต่อมาภายใต้การคุมทีมของแฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือชาวอังกฤษโดยการย้ายการคุมทีมมาจากสโมสรฟุตบอลพอร์ตสมัทมา ซึ่งเรดแนปป์ทำผลงานได้ดีกับพอร์ตสมัท หลังจากที่ เรดแนปป์ ได้เข้ามาคุมทีมสเปปร์สแล้วได้ทำการดึงลูกทีมเก่าจากพอร์ตสมัทมาหลายคนอาทิเช่น ปีเตอร์ เคร้าช์,นิโก ครานชาร์,เจอร์เมน เดโฟ,ยูเนส คาบูล โดย 2 รายหลังนั้นเป็นการกลับมาทีมเก่าและยังดึงมิดฟิลด์พันธุ์ดุจากฮอนดูรัสอย่าง วิลสัน ปาลาซิออส มาจาก วีแกน แอธแลนติกเพื่อนร่วมลีกพรีเมียร์ลีกรวมทั้งยังยืมตัวกองหน้ามากประสบการณ์อย่างไอเดอร์ กุดจอห์นเซน กองหน้าจากโมนาโกมาอีกด้วย ผลงานล่าสุดในฤดูกาล 2011-12 จากการซื้อนักเตะที่มีประสิทธิภาพและความสามารถของแฮร์รี เรดแนปป์ ได้นำพาทีมสเปอร์สคว้าอันดับที่ 4 ในพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นครั้งที่สองในการนำทีมสเปอร์จบอันดับ 4 ซึ่งจะมีโอกาสไปเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกมากขึ้นภายใต้การคุมทีมของเรดแนปป์ แต่แล้วการตัดสินใจในการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ของเรดแนปป์ก็ไม่เข้าที่เข้าทางสักที แฮร์รี เรดแนปป์ จึงได้ลาออกจากสโมสรและต่อมาไม่ถึง 2 เดือน ทางคณะบอร์ดบริหารได้แต่งตั้ง อังเดร วิลลัช-โบอัช ผู้จัดการทีมชาว โปรตุเกส เป็นผู้จัดการทีมแทนหลังจากที่โบอัชพึ่งถูกปลดออกจากทีมเชลซี

ประวัติของสโมสรทอตแนมฮ๊อตสเปอร์

  • ยุคก่อตั้งเริ่มแรกของสโมสรสเปอร์
    สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ได้มีการก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1892 โดยใช้ชื่อ ฮอตสเปอร์ เอฟซี มีสนามประจำสโมสรคือ ทอตนัม มาร์เชส แต่แล้วในปี ค.ศ. 1897 สนาม ทอตนัม มาร์เชส ได้ถูกระงับการใช้งานอย่างถาวรเนื่องจากเกิดปัญหาสงครามโลกขึ้นในขณะนั้น โดย ฮอตสเปอร์ เอฟซี ได้เช่าบริเวณย่านชานเมือง นอททัมเบอร์แลนด์และขอเช่าสนาม นอททัมเบอร์แลนด์ พาร์ค เป็นเวลา 8 ปีก่อนที่จะย้ายไปยังสนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน สนามประจำสโมสรในปัจจุบันนี้นั้นเอง โดยสโมสรแห่งนี้เล่นในลีกทางใต้ของประเทศอังกฤษซึ่งได้แชมป์ของลีกทางใต้ 1 สมัยในปี ค.ศ. 1900 จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1908 ฮอตสเปอร์ เอฟซี ได้ย้ายไปเล่นใน ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ของประเทศอังกฤษ โดยก่อนหน้านั้นสเปอร์ได้แชมป์ เอฟเอคัพ ถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในการแข่งฟุตบอลใน ประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 1901 ซึ่งถ้าเปรียบเทียบแล้วฝีเท้าของนักเตะสเปอร์สในขณะนั้นไม่เบาเลยทีเดียวเนื่องจากสามารถผ่านทีมใหญ่ๆในลีกดิวิชั่น 1 ไปได้และได้แชมป์ แล้วในปี ค.ศ. 1908 สเปอร์ก็ได้รองแชมป์ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ซึ่งนักฟุตบอลชื่อดังของสเปอร์ในสมัยนั้นคือ อาเทอร์ กริมส์เดล กัปตันทีมของสเปอร์ในขณะนั้นเองและยุคก่อตั้งเริ่มแรกของสโมสรก็ได้สิ้นสุดลงในปี 1948
  • ยุคทองหรือยุคแห่งความสำเร็จของสเปอร์ส
    แล้วหลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1949 ฮอตสเปอร์ เอฟซีได้เปลี่ยนชื่อเป็น ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และชื่อประจำเมืองในถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน โดยในช่วงนั้นมีผู้จัดการทีมชื่อ อาเทอร์ โรเวย์ ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษได้นำทีมสเปอร์ขึ้นมาเล่นในฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ของ ประเทศอังกฤษได้เป็นที่สำเร็จ โดยในช่วงเดียวกันนั้นสเปอร์ได้แชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1950-51 และหลังจากนั้นในฤดูกาล 1960-61 ในยุคของ บิล นิโคลสันตำนานของ ทอตนัมฮอตสเปอร์ได้กลับเข้ามาคุมทีมอีกครั้งหลังจากยกเลิกการเล่นฟุตบอลอาชีพไปแล้ว โดยเขาได้นำทีมสเปอร์เป็นรองแชมป์ดิวิชั่น 1 ถึง 2 ครั้งด้วยกัน และยังได้แชมป์ เอฟเอคัพ 3 สมัย ได้แชมป์ลีกคัพ 1 สมัยและเอฟเอคอมมูนิตีชีลด์ 3 สมัย และยังประสบความสำเร็จในระดับบอลถ้วยยุโรปอีกด้วย โดยเขาก็นำทีมสเปอร์เป็นแชมป์ ยูฟ่าคัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) 1 สมัย และ แชมป์ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย ซึ่งในช่วงยุคนั้นเป็นยุคที่สเปอร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังจากยุคของ นิโคลสัน แล้วนั้นสเปอร์ก็ยังเล่นได้อยู่ในระดับที่มีความสามารถพอดีโดยสามารถสู้กับทีมใหญ่ๆได้ไม่ว่าจะเป็นแมนยูไนเต็ด,เชลซี,ลิเวอร์พูลหรืออาร์เซนอลเอง โดยในช่วงปี ค.ศ. 1981 และ ค.ศ. 1982 สเปอร์ได้เป็นแชมป์เอฟเอคัพอีก 2 สมัยติดกันในช่วงยุคของ คีธ เบอร์คินชอว์ และเขายังนำสเปอร์ได้แชมป์ ยูฟ่าคัพ ซึ่งเป็นแชมป์ 2 สมัย ของสโมสรอีกด้วยซึ่งนั้นคือยุคทองที่สุดของสเปอร์สแต่ถึงจะเป็นยุคทองแต่ในขณะนั้นก็ไม่ได้มีความมั่งคงเท่าไรนักและได้สิ้นสุดลงในปี 1981
  • ยุคแห่งความมั่นคงของสโมสร (เริ่มตั้งแต่ปี 1982 มาจนถึงปัจุจบัน)
    หลังจากยุคปี 2000 สเปอร์ก็ยังเล่นในลีก พรีเมียร์ลีก (ดิวิชั่น 1 เดิม) ซึ่งเป็นลีกสูงสุดในประเทศได้อย่างมั่นคงและส่วนใหญ่มักจะอยู่ในอันดับต้นๆของตาราง ซึ่งส่วนมากจะจบในอันดับที่ 5 เป็นส่วนใหญ่ โดยมีผู้จัดการทีมหลายคนในช่วงนั้นซึ่งมีทั้ง เกล็น ฮอดเดิล , ฌัก ซ็องตีนี , มาร์ติน โยล , ฆวนเด รามอส , แฮร์รี เรดแนปป์ , อังเดร วิลลัช-โบอัชและปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุมทีมของทิม เชอร์วูดแต่ก็เป็นการคุมแบบชั่วคราวหลังจากที่อังเดร วิลลัช โบอัชถูกปลดเนื่องจากพาทีมพ่ายแพ้อย่างย่อยยับติดต่อกันถึงสี่นัด โดยในปี ค.ศ. 2008 ในยุคของ ฆวนเด รามอส สเปอร์ได้แชมป์ ลีกคัพด้วยการชนะสโมสรฟุตบอลเชลซีไป 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษและจบอันดับที่ 5 ได้ไปเล่น ยูฟ่า ยูโรป้า ลีกต่อมาในฤดูกาล 2008-09 เมื่อสโมสรได้ซื้อกองหน้าตัวเก่งชาว อังกฤษอย่าง เจอร์เมน เดโฟ จากพอร์ทสมัทและร็อบบี คีน จากลิเวอร์พูลมาเสริมความแกร่งของแนวรุกมากขึ้น ซึ่งนัดแรกสเปอร์บุกไปแพ้ มิดเดิลสโบรไป 2-1 และ 7 นัดต่อมา ก็มาชนะครั้งแรกได้ในบ้านของตน ด้วยการอัดโบลตันไป 2-0 และต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2008 สเปอร์ได้ปลด ฆวนเต รามอส ออกจากผู้จัดการทีมหลังจากทำผลงานได้ไม่เป็นที่พอใจของสโมสรและได้ทำการแต่งตังแฮร์รี เรดแนปป์ เป็นผู้จัดการทีมไปจนจบฤดูกาล ซึ่งเรดแนปป์ได้นำทีมสเปอร์ไปสู่รอบรองชิงชนะเลิศลีกคัพกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ แต่ก็ต้องพ่ายจุดโทษไป 4-1 (หลังเสมอ 0-0) และจบอันดับ 8 เมื่อขึ้นฤดูกาลใหม่ 2009-10 เรดแนปป์ได้เสริมนักเตะใหม่โดยการดึง ปีเตอร์ เคราช์ จากพอร์ทสมัทกับไคล์ วอล์กเกอร์จากเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดซึ่งเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลมาเสริมความแกร่งและในเกมรุกของสโมสรให้คมมากขึ้น เพื่อทดแทนการเสีย ดาเรน เบนท์อดีตดาวซัลโวของสโมสรเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งนัดแรกเปิดบ้านเฉือนชนะลิเวอร์พูลไปได้ 2-1 และจบอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สเปอร์จบในอันดับที่ได้ไปเล่นถ้วย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยนับตั้งแต่ฤดูกาล 1961-62

ในฤดูกาล 2010-11 สเปอร์ได้ซื้อ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท กองกลางจากเรอัลมาดริดซึ่งถูกมาดริดมองว่าเป็นส่วนเกินและไม่อยู่ในแผนการทำทีมและดึงซานดรู ราเนียเร มิดฟิลด์แนวรุกชาวบราซิลมาเสริมทัพ โดยคราวนี้สเปอร์ได้ไปเล่น ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกซึ่งในรอบเพลย์ออฟชนะ บีเอสซี ยอง บอยส์ ไป 6-3 (รวม 2 นัด) และทะลุเขาไปในรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติและได้อยู่สายเดียวกับ อินเตอร์ มิลาน,ทเวนเต และ แวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งสเปอร์และอินเตอร์มิลานได้เป็นแชมป์และรองแชมป์กลุ่มตามลำดับและต่อมาในรอบ 16 ทีม สเปอร์สได้ทำเหตุการณ์ช๊อคโลกโดยเอาชนะเอซี มิลานไป 1-0 ทั้งๆที่ฟอร์มการเล่นและตัวผู้เล่นเป็นรองมิลานอย่างมากทำให้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายแต่ก็แพ้ เรอัล มาดริด ไป 4-1 จึงตกรอบไปในที่สุดและต่อมาใน พรีเมียร์ลีกนัดแรกสเปอร์ได้เสมอแมนเชสเตอร์ซิตีไป 0-0 และนัดถัดมาบุกไปเฉือนชนะสโตกซิตีได้ 2-1 โดยดาวซัลโวของสโมสรในฤดูกาลนี้คือ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ที่ทำประตูได้ 15 ประตูและนำทีมจบในอับดับที่ 5 ไปเล่นยูโรปาลีกตามลำดับ ผลงานในฤดูกาล 2011-12 จากการซื้อนักเตะที่มีประสิทธิภาพและความสามารถของแฮร์รี เรดแนปป์ ได้นำพาทีมสเปอร์สคว้าพรีเมียร์ลีกอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งที่สองในการนำทีมสเปอร์จบอันดับ 4 ซึ่งจะมีโอกาสไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกมากขึ้น แต่แล้วการตัดสินใจในการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ของเรดแนปป์ก็ไม่เข้าที่เข้าทางสักที แฮร์รี เรดแนปป์ จึงได้ลาออกจากสโมสรและต่อมาไม่ถึง 2 เดือน ทางคณะบอร์ดบริหารได้แต่งตั้ง อังเดร วิลลัช-โบอัช ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสที่เคยนำปอร์โต้ได้ถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและลีกสูงสุดของโปรตุเกสเป็นผู้จัดการทีมแต่แล้วผลงานก็ออกมาย่ำแย่ในฤดูกาล 2013-2014 ผ่านไปครึ่งฤดูกาลสเปอร์สอยู่อันดับเจ็ดและนำแมนยูไนเต็ดอยู่เพียงสองแต้มทั้งๆที่สตาร์ทฤดูกาลมาได้ดีแต่พอใกล้ถึงครึ่งฤดกาลทีมเกิดฟอร์มหลุด โบอัช ทำทีมแพ้ต่อนิวคาสเซิลคาบ้าน 0-1 หลังจากนั้นก็พาทีมออกไปพ่ายต่อแมนซิตี้อย่างหมดรูป 6-0 ซึ่งมีการวิพากร์วิจารณ์ต่อฟอร์มการเล่นในวันนั้นของสเปอร์สเป็นอย่างมากและหลังจากนั้นก็เล่นในบ้านเสมอกับแมนยูไนเต็ดซึ่งฟอร์มการเล่นในบ้านก็ย่ำแย่ทั้งสองทีมโดยสเปอร์สนำก่อนทั้งสองครั้งแต่แมนยูก็ตามตีเสมอได้หลังจากนั้นก็เอาชนะซันเดอร์แลนได้ 1-2 แต่ฟอร์มในวันนั้นก็แย่มากแต่ก็ยังโชคดีที่จอร์น โอเชียร์ทำเข้าประตูตนเองในช่วงท้ายเกมส่งผลให้สเปอร์สชนะไปแต่สุดท้ายก็เปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล และถูกลิเวอร์พูลยัดเยียดความปราชัยให้ไปถึง 0-5 และโบอัชก็ถูกปลดทันทีหลังจบเกม แต่ถึงอย่างไรในฤดูกาลล่าสุดนี้ก็ยังเหลืออีกครึ่งฤดูกาลที่ยังพอมีเวลาให้สเปอร์สได้มีโอกาสทำผลงานครับ

ทางเว็บไซต์เราก็เป็นผู้ให้บริการสาระความรู้ทางด้านข่าวกีฬาและเทคนิคแทงบอลออนไลน์มากมายมาเผยแพร่ต่อแฟนบอลและนักแทงบอลออนไลน์หรือผู้ที่จะเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลหรือเรื่องเทคนิคต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นเทคนิคคำนวณทุนแทงบอลออนไลน์อย่างไรให้คุ้มทุนและอื่นๆเราก็มีนำมาเสนอให้เช่นเดียวกัน โดยท่านสามารถค้นหาได้ภายในเว็บไซต์เราครับ
30/12/2013
guiziguli.com แทงบอลออนไลน์อย่างมีเทคนิคการทำเงิน